Wednesday, January 13, 2010

TKบุกสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ กอดแท่นมาร์เก็ตแชร์เบอร์1

TK ลั่นปี 2553 ครองมาร์เก็ตแชร์สินเชื่อมอร์เตอร์ไซค์อันดับ 1 รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น คุยรายได้ทั้งปีโตเท่าตัว 10% เชื่อกำไรสุทธิโตพุ่งจากปี 52 คาดทรงตัวจากปี 51 อยู่ที่ 258.25 ล้านบาท ส่วนแผนซื้อพอร์ตยังไม่ถอดใจ ล่าสุดเจรจาอยู่ 2-3 ราย เหลือแค่ตกลงด้านราคา

นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า ปี 2553
บริษัทวางแผนรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ1 ด้านสินเชื่อจักรยานยนต์ซึ่งมีสัดส่วน 25 - 27%

โดยยึดคุณภาพและผลตอบแทนเป็นหลักอีกทั้งสินเชื่อดังกล่าวเริ่มมีการขอสินเชื่อเข้ามามากขึ้นหลังจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เพราะฉะนั้นบริษัทจึงได้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งปีโต10% หรืออาจจะเติบโตเป็นเท่าตัว จากการคาดการณ์ว่าตลาดสินเชื่อรวมดังกล่าวจะโตได้เพียง 5-10% ซึ่งปัจจุบันฐานสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านบาท ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างจังหวัด อยู่ที่ 85% และกรุงเทพฯอยู่ที่15% ส่วนรถยนต์อยู่ในสัดส่วนที่เท่ากันที่ 50%

“ตลาดรวมปีที่ผ่านมาสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ติดลบอย่างละ 15% แต่ที่ผ่านมา 3 ไตรมาสโตไปเกือบ 10% ส่วนปีนี้น่าจะเติบโตได้ดีเพราะ GDPได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลเองยังกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ส่วนการซื้อพอร์ตปีที่ผ่านมาคุยอยู่ 2-3 บริษัทแต่ตกลงเรื่องราคาไม่ได้”“ นายประพล กล่าว
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% ซึ่งเติบโตจากจากปี 2552 เท่าตัวที่รายได้เติบโต10% จากปีปี 2551 ที่มีรายได้ 2.5 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้ 9 เดือนแรกปีก่อนหน้าบริษัทสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนไปแล้วราว 7 - 8%

ขณะที่กำไรสุทธิปี 2553 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2552จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อให้มีมากขึ้น ประกอบกับจากที่ภาครัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องแต่กำไรสุทธิในปี2552 จะทรงตัวจากปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 258.25ล้านบาท เนื่องจาก 9 เดือนแรกกำไรลดลงเหลือ 236.41 ล้านบาท

อีกทั้งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 - 4 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 70 สาขา โดยต้องการเน้นยอดขายต่อสาขาเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ทั้งรายได้และกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นการเปิดสาขาในปีนี้บริษัทจะเน้นพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมและสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายเป็นหลัก
โดยบริษัทจะเน้นขยายสาขาในภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่มีขนาดใหญ่และสาขาที่มีอยู่ยังไม่เพียงพออีกทั้งความต้องการสินเชื่อในพื้นที่ดังกล่าวมีคค่อนข้างมาก เพราะจากการเข้าสำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีการปล่อยสินเชื่อมากที่สุด ขณะที่ภาคกลางและตะวันออกนั้นมีสาขาค่อนข้างมากแล้ว

เพิ่มเติม http://www.thunhoon.com

No comments:

Post a Comment