BMW Serie di Motocross XCountry
Showing posts with label BMW. Show all posts
Showing posts with label BMW. Show all posts
Wednesday, May 11, 2011
Wednesday, September 29, 2010
BMW Motorrad Concept 6. ครั้งแรกกับสุดยอดบิ๊กไบค์หัวใจ 6 สูบ
บีเอ็มดับเบิลยู ในฐานะผู้ผลิตเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง ที่ดีที่สุดในโลกรายหนึ่ง ได้สร้างชื่อเสียงให้กับรถยนต์ในรุ่นต่างๆ ทั้งในแบบซาลูน สปอร์ตคูเป้ หรือโรดสเตอร์เปิดประทุน ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงที่เหนือชั้นมาแล้ว ในครั้งนี้บีเอ็มดับเบิลยู กำลังจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนๆ บิ๊กไบค์ ด้วยมอเตอร์ไซค์คอนเซ็ปต์ BMW Motorrad Concept 6 ที่ขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง เข้าสู่สายการผลิตในเร็วๆ นี้

วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยู ได้ออกแบบเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงใน BMW Motorrad Concept 6 ให้มีขนาดกะทัดรัด โดยอาศัยการออกแบบให้กระบอกสูบ มีขนาดกว้าง และช่วงชักยาว แต่ถูกจัดวางเรียงชิดกันกว่าปกติ อีกทั้งยังจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคต่างๆ ไว้ในช่องว่างระหว่างเครื่องยนต์และระบบเกียร์ เพื่อเป็นการลดความกว้างของเครื่องยนต์ จึงทำให้เครื่องยนต์ 6 สูบนี้ มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดใหญ่เพียงเล็กน้อย และเล็กว่าเครื่องยนต์ 6 สูบทั่วไปถึง 100 มิลลิเมตร รวมทั้งใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering เพื่อทำให้เครื่องยนต์นี้มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
BMW Motorrad Concept 6 มีการวางตำแหน่งของลูกสูบเอียงทำมุม 55 องศา ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับเครื่องยนต์ 4 สูบ ในมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ อย่าง K 1300 ช่วยในเรื่องของการกระจายน้ำหนัก และช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมอเตอร์ไซค์แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและการทรงตัวยอดเยี่ยม รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีระบบจ่ายน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากรถมอเตอร์ไซค์แข่ง เพื่อช่วยให้การหล่อลื่น เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพการขับขี่ นอกจากจะมีสมรรถนะความปราดเปรียว การทรงตัว และเกาะถนน ในระดับสุดยอดแล้ว ยังมีความเนียนลื่นของการปลดปล่อยพลัง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นการยกระดับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ไปสู่อีกขั้น
BMW Motorrad Concept 6 สามารถผลิตกำลังสูงสุด ได้ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ 4 สูบความจุ 1.3 ลิตร แต่จะมีแรงบิดที่เหนือชั้นกว่า โดยสามารถผลิตแรงบิดสูงสุดถึง 130 นิวตัน-เมตรตั้งแต่รอบเครื่องยนต์เพียง 2,000 รอบ อีกทั้งยังสามารถเร่งรอบขึ้นไปแตะหลัก 9,000 รอบได้อย่างสบายๆ ในขณะเดียวกันยังมีความเหนือชั้น ในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมาพร้อมกับระบบแคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ ที่มีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดเดียวกัน อีกทั้งเทคโนโลยีระบบ E-gas (ride-by-wire) ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นด้วย
สำหรับช่วงล่างของ BMW Motorrad Concept 6 ถูกพัฒนาอยู่บนพื้นฐานปรัชญา Lightweight Engineering โดยการประยุกต์ใช้วัสดุโลหะอัลลอยด์น้ำหนักเบา ทั้งในส่วนของเฟรมตัวรถ ส่วน Duo-lever arms ด้านหน้า และส่วน Para-lever arms ด้านหลัง เพื่อช่วยให้มอเตอร์ไซค์คันนี้แข็งแกร่ง แต่มีน้ำหนักเบา ใช้ล้อแบบ Forged HP ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมกับระบบเบรกสมรรถนะสูง ด้วยจานเบรกขนาดใหญ่ และคาลิปเปอร์แบบ 6 ลูกสูบ
เพิ่มเติ่ม http://www.ryt9.com/
วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยู ได้ออกแบบเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงใน BMW Motorrad Concept 6 ให้มีขนาดกะทัดรัด โดยอาศัยการออกแบบให้กระบอกสูบ มีขนาดกว้าง และช่วงชักยาว แต่ถูกจัดวางเรียงชิดกันกว่าปกติ อีกทั้งยังจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคต่างๆ ไว้ในช่องว่างระหว่างเครื่องยนต์และระบบเกียร์ เพื่อเป็นการลดความกว้างของเครื่องยนต์ จึงทำให้เครื่องยนต์ 6 สูบนี้ มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดใหญ่เพียงเล็กน้อย และเล็กว่าเครื่องยนต์ 6 สูบทั่วไปถึง 100 มิลลิเมตร รวมทั้งใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering เพื่อทำให้เครื่องยนต์นี้มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
BMW Motorrad Concept 6 มีการวางตำแหน่งของลูกสูบเอียงทำมุม 55 องศา ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับเครื่องยนต์ 4 สูบ ในมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ อย่าง K 1300 ช่วยในเรื่องของการกระจายน้ำหนัก และช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมอเตอร์ไซค์แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและการทรงตัวยอดเยี่ยม รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีระบบจ่ายน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากรถมอเตอร์ไซค์แข่ง เพื่อช่วยให้การหล่อลื่น เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพการขับขี่ นอกจากจะมีสมรรถนะความปราดเปรียว การทรงตัว และเกาะถนน ในระดับสุดยอดแล้ว ยังมีความเนียนลื่นของการปลดปล่อยพลัง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นการยกระดับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ไปสู่อีกขั้น
BMW Motorrad Concept 6 สามารถผลิตกำลังสูงสุด ได้ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ 4 สูบความจุ 1.3 ลิตร แต่จะมีแรงบิดที่เหนือชั้นกว่า โดยสามารถผลิตแรงบิดสูงสุดถึง 130 นิวตัน-เมตรตั้งแต่รอบเครื่องยนต์เพียง 2,000 รอบ อีกทั้งยังสามารถเร่งรอบขึ้นไปแตะหลัก 9,000 รอบได้อย่างสบายๆ ในขณะเดียวกันยังมีความเหนือชั้น ในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมาพร้อมกับระบบแคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์ ที่มีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดเดียวกัน อีกทั้งเทคโนโลยีระบบ E-gas (ride-by-wire) ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นด้วย
สำหรับช่วงล่างของ BMW Motorrad Concept 6 ถูกพัฒนาอยู่บนพื้นฐานปรัชญา Lightweight Engineering โดยการประยุกต์ใช้วัสดุโลหะอัลลอยด์น้ำหนักเบา ทั้งในส่วนของเฟรมตัวรถ ส่วน Duo-lever arms ด้านหน้า และส่วน Para-lever arms ด้านหลัง เพื่อช่วยให้มอเตอร์ไซค์คันนี้แข็งแกร่ง แต่มีน้ำหนักเบา ใช้ล้อแบบ Forged HP ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมกับระบบเบรกสมรรถนะสูง ด้วยจานเบรกขนาดใหญ่ และคาลิปเปอร์แบบ 6 ลูกสูบ
เพิ่มเติ่ม http://www.ryt9.com/
Friday, June 18, 2010
BMWลุยตลาด'บิ๊กไบค์'ครึ่งปีหลัง
ในส่วนของตลาดประเทศไทยแม้ความนิยมในตัวรถซูเปอร์ไบค์จะไม่มากเท่าตลาดต่างประเทศ แต่ก็ถือเป็นตลาดที่ละเลยไม่ได้ เพราะแนวโน้มความต้องการของตลาดเริ่มมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของตลาดดังกล่าว และได้มอบหมายให้ ม.ล. กมลชาติ ประวิตร เป็นผู้กำหนดทิศทาง นโยบาย เป้าหมาย เพื่อให้สองล้อจากค่ายใบพัดสีฟ้าเป็นผู้นำของตลาดซูเปอร์แบบพรีเมียมในประเทศไทย
+++ ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา
ผลงานด้านยอดขายในปีที่ผ่านมามีประมาณ 142 คัน ขณะที่ตัวเลขยอดขายนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่าการตอบรับจากลูกค้าดีมาก โดยมีปัจจัยมาจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 4 รุ่นในช่วงงานมอเตอร์โชว์ ได้แก่ BMW S 1000 RR ซึ่งถือเป็นรถสปอร์ตซูเปอร์ไบค์รุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยู ตามมาด้วย BMW F 800 R "The Naked Bike", BMW R 1200 GS/Adventure และ BMW R 1200 RT
โดยในรุ่น BMW S 1000 RR จากเดิมที่นำเข้ามา 20 คัน ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 40 คัน ซึ่งผลการตอบรับที่ดีเป็นผลมาจากตัวสินค้าที่เป็นสปอร์ต ทำให้ขยายฐานลูกค้าจากเดิมที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ก็ขยายมาสู่กลุ่มลูกค้าที่เด็กลงมา และยังเป็นการขยายเข้าไปกินยอดขายของคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นแล้วกลุ่มตลาดฟลีตหรือกลุ่มองค์กร,หน่วยงานต่างๆก็มีการสั่งซื้อรถของบีเอ็มดับเบิลยูเป็นจำนวนกว่า 300 คันในช่วงที่ผ่านมา
+++ประเมินผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับโชว์รูมและศูนย์บริการที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุมเพราะผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจ และไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะจับจ่ายใช้สอย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้ามารับบริการก็ไม่มีการเข้ามา อย่างไรก็ตามหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ผู้ประกอบการก็คาดว่าภาพรวมจะกลับมาดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน ที่จะมีส่วนผลักดันทำให้ภาพรวมกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในครึ่งปีหลัง
+++ครึ่งปีหลังจะมีการเปิดตัวรถใหม่
เราเพิ่งทำการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษ "30 Years GS"เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของ BMW GS โดยมีการนำมาจำหน่ายทั้งสิ้น 4 รุ่น รุ่นละ 5 คัน ได้แก่BMW R 1200 GS "30 Years GS",BMW R 1200 GS Adventure "30 Years GS",BMW F 800 GS "30 Years GS" และ BMW F 650 GS "30 Years GS"ซึ่งความโดดเด่นของแต่ละรุ่นคือ สี ที่มีให้เลือกแบบAlpine White,เบาะสีแดงพร้อมลัญลักษณ์ GS ในรุ่น F800 GS และ R1200 GS Adventure พร้อมด้วยสัญลักษณ์ครบรอบ 30 ปีที่เป็นสีเอกลักษณ์ของ BMW Motorrad Motorsport นั่นคือสีแดง-น้ำเงิน
นอกจากนั้นแล้วยังมีแผนงานที่จะนำรถรุ่นใหม่เข้ามาเปิดตัวสู่ตลาดอีกในช่วงที่เหลือนับจากนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะนำรถรุ่นไหนเข้ามา
+++กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแผนงานครึ่งปีหลัง
กลยุทธ์ในครึ่งปีหลัง นอกจากการมีรถใหม่เข้ามาสู่ตลาดแล้ว ด้านการบริการมีความพร้อมด้วยจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการอาทิ บาร์เซโลน่า มอเตอร์ ,บีเค มอเตอร์ พระราม 3,เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งทั้งหมดมีบุคลากร,อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย,เครื่องมือพิเศษ ซึ่งมีการทำงานแบบเรียลไทม์ และสามารถติดต่อไปยังศูนย์เทคนิคที่เยอรมนีได้โดยตรง,ระบบคลังอะไหล่,ศูนย์ฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน ส่วนการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าเน้นการดูแลอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันฐานลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยูมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมกับกลุ่มลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อาทิ อบรมขับขี่ ,การเข้าร่วมเชียงใหม่ ไบค์ วีค หรือภูเก็ต ไบค์ วีค
ทางด้านกลยุทธ์การขาย เนื่องจากเป็นบริษัทในกลุ่มบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ที่มีความแข็งแกร่งด้านข้อเสนอทางการเงิน ผ่านแคมเปญ "บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเซียล เซอร์วิส"โดยเปิดโอกาสให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเป็นเจ้าของรถง่ายๆด้วยการเริ่มผ่อนที่หลักหมื่นต้นๆต่อเดือน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวทำให้เปิดกว้างในการเข้าหากลุ่มลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันราคาซูเปอร์ไบค์ของบีเอ็มดับเบิลยู เริ่มต้นที่ 639,000 -1,390,000 บาท
+++ภาพรวมการแข่งขันของตลาดรถบิ๊กไบค์
สำหรับการแข่งขันของตลาดบิ๊กไบค์ในปัจจุบันพบว่า มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มี
แบรนด์ต่างๆทั้งจากญี่ปุ่น,ยุโรป เข้ามาแข่งขันกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามบีเอ็มดับเบิลยู เชื่อมั่นว่ายังเป็นผู้นำในกลุ่มซูเปอร์ไบค์ที่มีความหลากหลายจากตัวสินค้าที่มากกว่าคู่แข่ง, ความพร้อมด้านการให้บริการของโชว์รูมและศูนย์บริการ ขณะที่การแข่งขันกับกลุ่มเกรย์มาร์เก็ตที่มีการนำรถเข้ามาจำหน่ายนั้น มองว่ามีจำนวนที่น้อยลง และส่วนมากเป็นรถในรุ่นเก่าแล้ว ซึ่งในส่วนของศูนย์บริการของบีเอ็มดับเบิลยูได้เปิดรับบริการรถจากเกรย์มาร์เก็ตแต่การให้ความสำคัญจะยังอยู่ที่ลูกค้าของตนเองก่อนเป็นลำดับแรก
+++เป้าหมายยอดขายในปีนี้
สำหรับเป้ายอดขายได้วางไว้ที่ 150 คัน อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดีมาก ทำให้ต้องมีการปรับเป้ายอดขายโดยคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50% โดยแบ่งออกเป็นรถในกลุ่มเอ็นดูโร่ 50 %,ทัวริ่ง 25%,สปอร์ตและออนโรด 25% ขณะที่ยอดขายที่มาจากกลุ่มฟลีต หรือองค์กร,หน่วยงานต่างๆคิดเป็น 10-15% ของยอดขายรวมทั้งหมด
เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com
Subscribe to:
Posts (Atom)

